แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Opalescence® was the first ADA accepted



Opalescence® was the first ADA accepted, syringe delivered, take-home bleaching gel. The patented formula has unique sticky and adhesive properties, which produce whitening results in days rather than weeks. Previous to Opalescence, bleaching was tedious and time consuming, with varying levels of patient acceptance.

The active ingredient in Opalescence is carbamide peroxide. Opalescence PF carbamide peroxide based gels come in strengths of opalescence10%,15%,20% and 35%  The PF denotes the use of fluoride and potassium nitrate, which are added to reduce tooth sensitivity. The safety and effectiveness of Opalescence bleaching gel is unsurpassed.

The Opalescence® whitening system has been shown to be effective for removing some or all of the internal tooth discoloration due to congenital, systemic, pharmacologic, traumatic factors and aging. It has also proven effective with fluorosis and tetracycline staining.

Opalescence® whitening is recommended for discolored teeth prior to placement of composite, veneers, and/or crowns. Wait approximately one to two weeks following the bleaching procedure to assure stable shade before restoration. Porcelain and other restorative materials will not whiten.

The Opalescence® sticky formula does not leak from the tray like other bleaching gels. Patients experience results quickly (usually after the first night) which leads to high treatment compliance. A university study proved that the gel can be active for 8-10 hours for overnight bleaching. Vital teeth whitened with Opalescence® can remain lighter for years.

Opalescence® is available in two different flavors: Opalescence Melon and Opalescence Mint.

Shelf Life: 24 months refrigerated - 12 months un-refrigerated (for all Opalescence® Take Home Products)

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำถาดพิมพ์ฟันของตัวเอง ช่วยประหยัดตังได้

Mouth tray หรือที่เรียกว่า ถาดพิมพ์ฟัน ใช้ในขั้นตอนการฟอกสีฟัน

บางคนเลือกที่จะสั่งทำ mouth tray โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหน้าตาของแม่พิมพ์ฟันจะครอบฟันได้ครบทุกซี่ ขอดีคือ เมื่อใส่เจลลงในแม่พิมพ์นี้ เจลฟอกฟันจะไม่ไหลออกมา โดนเหงือก ช่วยให้สามารถฟอกฟันได้เป็นระยะเวลานาน หรือเหมาะกับการใส่นอน เพื่อการฟอกสีฟันที่ใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำ ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แต่ก็ใช้ได้ยาวนานเลย

แต่เราก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ เมื่ออยากที่จะฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น แต่ไม่อยากไปนั่งพิมพ์ฟันกับทันตแพทย์ ไม่ต้องรอแม่พิมพ์ฟันนานๆ ไม่ต้องไปคลีนิค  ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายแพง นั้นคือ การทำแม่พิมพ์ฟันด้วยตัวเอง  ซึ่งทำได้เองที่บ้าน ไม่ได้ใช้อุปกรณ์มากมาย ไม่ต้องการทักษะสูงอะไร ใครๆก็ทำได้ แต่รูปร่างจะเป็นแม่พิมพ์ฟันอย่างง่าย ไม่ได้สวยมาก แต่ใส่เจลฟอกสีฟัน แล้วช่วยไม่ให้เจลฟอกฟันขาวสัมผัสกับริมฝีปาก เจลฟอกฟันขาวจะไม่ละลายเร็วเกินไป ฟอกได้นานเต็มที่ประมาณ 2 ชั่วโมง  ราคาก็ประมาณหลักร้อย อั้นแน่ เห็นด้วยใช่ไหมว่าถูกมาก








วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

เลือกวิธีฟอกสีฟันอย่างไร ให้เหมาะกับคุณ


เลือกวิธีแก้ปัญหาฟันเหลืองที่เหมาะกับคุณ

สิ่งที่ควรสนใจเป็นอันดับต้นๆ คือ เรื่องของงบประมาณที่จะให้สำหรับเรื่องนี้  เรื่องที่สอง คือเรื่องของเวลาที่ทำการฟอกสีฟัน  เรื่องที่สาม ความยุ่งยากในทำการฟอกสีฟัน   เรื่องที่สี่ คงหนีไม่พ้น ผลลัพธ์ที่จะได้รับ ระดับของความขาว และระยะเวลาที่ฟันจะขาวคงที่อยู่นานขนาดไหน

ฟอกสีฟันที่คลีนิค ( in-office)

การทำเลเซอร์ตามคลินิก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม                    
ส่วนใหญ่นิยมใช้ไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ HP 35-40% ใช้เวลาประมาณ 1 – 1.5 ชั่วโมง เพื่อให้เพอร์ออกไซด์ทำกระบวนการออกซิไดซ์ ขจัดฟอกคราบต่างๆบนฟัน แน่นอนว่ามันเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างรวดเร็วแต่ค่าใช้จ่ายแพงมากกว่าวิธีอื่นๆหลายเท่า  
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ20,000-25,000บาท--



ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง


- ชุดฟอกสีฟัน ครบเครื่อง ที่มียางพิมพ์ฟัน พร้อมเครื่องฉายแสง (ขายตามคลีนิค)
ชุดฟอกสีฟันCP35% ใช้ได้ประมาณ12-15ครั้ง ขาวนาน12เดือน
ใช้ฟอกสีฟันวัน ละ 50-60 นาที ใช้เวลาประมาณ 4-5วันเห็นผล ส่วนใหญ่จะมีแม่พิมพ์ยางมาให้เราพิมพ์ฟันตัวเอง และมีเครื่องฉายแสงที่มีความยาวคลื่นนาโนที่ช่วยให้เจลฟอกสีฟันทำงานได้ดี ยิ่งขึ้น ข้อดีคือ เจลจะไม่โดนเหงือก ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย เห็นผลในเวลาไม่นาน ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบไปหาหมอฟัน หรือชอบฟอกฟันด้วยตัวเองที่บ้าน

 --ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1,500 - 3,500 บาท--

  - เจลฟอกฟันขาวชนิดCarbamide PeroxideและHydrogen Peroxide

เจลฟอกสีฟันopalescenceนำเข้าจากอเมริกา
ซึ่งได้มาตฐานปลอดภัยเป็นสารที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ในการฟอกสีฟันที่ใช้ฟอกฟันในคลีนิค
หากใช้ในคลีนิค หมอฟันจะเลือกใช้เจลฟอกสีฟันที่ มีความเข้มข้นสูงมากซึ่งช่วยให้ฟันขาวขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีได้ ในกรณีที่ใช้นำไปฟอกสีฟันเองที่บ้านนั้นจะใช้เจลที่มีค่าไม่สูงมากจึงซึ่ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย7-10วันกว่าจะเห็นผลใช้วิธีนี้จะทำให้ฟันค่อย ๆ ขาวขึ้น ทันทีที่ใช้ และสามารถใช้ได้ทุกวัน เช้า-เย็น จนกว่าจะพอใจในความขาวของฟัน
วิธีใช้  - ทำความสะอาดฟัน
         - ใช้พู่กันจุ่มที่เนื้อเจลพอประมาณทาที่ฟันในบริเวณที่ต้องการฟอกคลอบด้วยถาดยางทิ้งไว้ 30-40นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
         - ใช้เป็นประจำติดต่อกัน 1 – 2 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 3,500 - 4,000 บาท--
 
- แผ่นแปะฟันขาว,แผ่นปิดฟัน,แผ่นเจลฟอกสีฟัน (Teeth whitening stripes)

เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับฟอกฟันขาวที่สามารถใช้ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน และทุก ๆ สถานที่ ที่ต้องการฟอกฟันขาวแบบเร่งด่วน มีส่วนผสมหลักประกอบด้วย เจลไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ 6-10% ใช้แล้วฟันจะคงขาวได้นาน 6 - 12 เดือน ขึ้นอยู่กับนิสัยการรับประทานอาหารและการดูแลรักษาความสะอาดฟันประจำวัน ใช้ง่าย แค่เพียงแปะฟัน
ข้อเสียคือ ต้องระวังไม่ให้แผ่นเจลฟันขาวแปะโดนเหงือกนานๆ เหงือกอาจจะแสบหรือเป็นแผลได้
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1,400-1,800 บาท--



- ผงฟอกฟันขาว / ผงขัดฟันขาว /ผงไวท์เทนนิ่ง /ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งชนิดผง

ผง ขัดฟันแบบนี้ สารที่สำคัญที่ช่วยฟอกฟันให้ขาวมาในรูปแบบผงแห้งซึ่งช่วยคงคุณค่าของสาร ต่างๆไว้ ใช้แปรงฟันเป็นประจำเพื่อคงความขาวสม่ำเสมอของฟัน อาจใช้หลังจากการฟอกสีฟัน จะช่วยขจัดคราบหินปูนที่สะสมอยู่บนฟันได้ดีด้วย ป้องกันฟันผุ ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน หากต้องการใช้เพื่อให้ฟันขาว จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน --ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 400 - 500 บาท--

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

คนที่ฟันเหลืองส่วนใหญ่เกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุฟันเหลืองเกิดจาก ฟันคนเราปกติจะมีสีขาวเป็นมันวาว แต่บางคนจะมีฟันเหลือง หรือฟันดำคล้ำดูไม่สวยงามโดยอาจจะเป็นเพียงบางซี่ หรือทุกๆซี่ก็ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฟันคนเราไม่ขาวก็จะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน คือ

1. การรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสี เป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง เป็นต้น  ซึ่งเลี่ยงได้ยากมาก เพราะสำหรับคอกาแฟ หากต้องให้ตัดใจจาก การดื่มกาแฟละก็ ชีวิตก็เหมือนกับขาดอะไรบางอย่างใช่ไหม คนส่วนใหญ่จึงยอมฟันเหลือง เพราะไม่อยากเลิกดื่มกาแฟ
    
2. การสูบบุหรี่ อันนี้เนี่ย เลิกยากกว่ากาแฟอีก แถมยังทำให้ฟันเกิดคราบ ฝังแน่นที่ฟัน ซึ่งเอาออกได้ยากมาก ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งธรรมดาเอาไม่อยู่ แต่หนุ่มสาวสมัยใหม่ รู้ดีว่า บุหรี่มีแต่โทษ คนรักสุขภาพ ดูแลตัวเอง คงไม่มีใครสูบบุหรี่แล้วเนอะ


3. การจัดฟัน เนื่องจากแปรงฟันไม่สะอาดพอ จึงทำให้มีคราบอาหาร คราบแบคทีเรีย และหินปูน มาเกาะติดสะสมทีละน้อย ๆ จนเห็นเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำติดตามซอกฟัน
4. จากการรับประทานยาเตตราซัยคริน ซึ่งการกินยาตัวนี้ จะมีผลต่อสีของฟันซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าฟันเหลืองเพราะยาแบบนี้ ต่อให้ฟอกสีฟันที่คลีนิคด้วยน้ำยาที่แรงที่สุด ก็ไม่สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้
ต้องทำใจ  เป็นยาปฏิชีวนะระงับ การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย รักษาโรคติดเชื้อในท่อทางเดินปัสสาวะรักษาลำไส้อักเสบ หลอดลมอักเสบ รักษาโรคบิดมีเชื้อ รักษาแผล ฝี หนอง อาการอักเสบต่าง ๆ เนื่องจากการติดเชื้อ


5. ฟันตาย คือฟันที่ไม่มีรากฟัน ตัวฟันอาจเคยโดนกระแทกรุนแรงมาก จนฟันโยกรุนแรง แต่ไม่หลุด สีจะค่อยๆเปลี่ยนเป้นสีคล้ำจนสังเกตได้ แบบนี้ อาการหนักสุด เพราะทำอะไรไม่ได้จริง ต้องเลือกที่จะเก็บฟันซี่นั้นไว้ จนกว่ามันจะร่วงไปเอง หรือถอนทิ้งใส่ฟันปลอม
สำหรับสาเหตุข้อ 1-3 แก้ได้โดย เลือกวิธีการฟอกสีฟันให้ขาวได้หลากหลายรูปแบบ
    เจลฟอกฟันขาวในท้องตลาด ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศด้วยสูตรเฉพาะของทางสินค้าซึ่งการฟอกฟันขาว เป็นที่นิยมกันในต่างประเทศมาก โดยมีอิทธิพลมาจากดาราฮอลลีวูด ในเมืองไทยมีจำหน่ายหลายยี่ห้อด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น opalescence , beautiful smile,สปาร์คเคิล นำเข้าจากอเมริกา brightwhite ส่วนใหญ่ใช้เจลชนิดCarbamide Peroxide ในการฟอกสีฟันเป็นหลัก เจลฟอกสีฟันจะทำหน้าที่ปล่อยออกซิเจนให้ซึมเข้าสู่รูพรุนของฟันไม่ทำลายเนื้อฟัน ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน สีฟันขาวสดใสจากภายในขาวนาน ปลอดภัยต่อสารเคลือบฟัน สามารถทำการฟอกฟันซ้ำได้บ่อยๆ

ติดตามอ่านในบล็อคต่อไปนะค่ะ ขอไปหาข้อมูลก่อน

เคยรู้ไหมว่าคนสมัยโบราณฟอกสีฟันยังไง

การฟอกสีฟันอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทันสมัย แต่จริงจริงแล้วการฟอกฟันให้ขาวนั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก  ในความเป็นจริงมนุษย์มีให้ความสำคัญกับเรื่องรอยยิ้มของพวกเขามานานหลายร้อยปีหรืออาจจะนานนับพันปีด้วยซ้ำไป
 การฟอกสีฟันให้ขาวเริ่มต้นที่ยุคอียิปต์โบราณและโรม

 ชาวอียิปต์ใช้ หินภูเขาไฟหิน และ น้ำหมักไวน์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่พวกเขานำมาใช้ฟอกสีฟันโดยทำมาเป็นแท่งไม้ไว้สำหรับคี้ยวเพื่อให้ฟันขาวขึ้น
 ส่วนชาวโรมเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์เป็นสารฟอกสีฟันที่ดีที่สุด แม้ว่าการใช้ปัสสาวะเป็นสารฟอกฟันจะฟังดูไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไรสำหรับพวกเราคนยุคนี้  แต่ในความเป็นจริงแล้วปัสสาวะมีแอมโมเนียซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน
       โดยศตวรรษที่ 18  หมอฟันไม่ได้เป็นคนฟอกสีฟันเหมือนในยุคเรานี้  ช่างทำผมต่างหากที่จะเป็นคนฟอกสีฟันให้กับลูกค้า  เป็นบริการเสริมที่ช่างตัดผมทำเสริมงานตัดผมที่เป็นหน้าที่หลัก พวกเขาฟอกสีฟันโดยใช้อุปกรณ์โลหะจากนั้นใช้กรดไนตริกซึ่งจะช่วยให้ฟันของลูกค้าเป็นสีขาวและมีประกายเงางาม เป็นที่น่าเสียดายที่ข้อเสียในการใช้เทคนิคนี้คือ ทำลายเคลือบฟันและกัดกร่อนฟันทำให้ฟันสลายตัว เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ความนิยมในการฟอกสีฟันลดน้อยลงเลย  เนื่องจากการมีฟันที่ขาวและสวยงามเป็นการแสดงถึงสถานะการเงินของบุคคล ทั้งๆที่จะมีผลกระทบเชิงลบ  ต้องขอบคุณที่ปัจจุบันนี้ เทคนิคเหล่านั้นได้รับการปรับปรุง และพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่นั้นมา
        ต้นศตวรรษที่ 19 ทันตแพทย์อิตาลี ค้นพบประโยชน์ของฟลูออไรด์ ซึ่งช่วยป้องกันฟันผุภายใน ไม่กี่ทศวรรษต่อมา  ทันตแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการดูดคอร์เซ็ตฟลูออไรด์และแล้วฟลูออไรด์กลายเป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และแม้กระทั่งน้ำเปล่า แม้ว่าสารนี้จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดีมาก แต่การใช้ฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดคราบบนฟันตลอดจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีไปจากเดิม 
     คนสมัยก่อนคงลำบากกันน่าดูเลย ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ที่ช่วยให้การฟอกสีฟันสะดวกง่ายและที่สำคัญปลอดภัยขึ้นมาก 
ขอบคุณข้อมูลจาก The Dental Clinic