วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

opalescence 10% 15% 20% 35% แบบไหนดีที่สุด

รีวิว ไวท์เทนนิ่งเจลOpalescence PF 10, 15, 20และ 35%
Teeth Whitening System : Opalescence PF

Opalescenceเป็นเจลฟอกสีฟันที่มีประสิทธิภาพสูงจากบริษัท Ultradent   ซึ่งเป็นเจลฟอกสีฟัน ชนิด คาร์บามายเปอร์ออกไซด์ที่มีไนเตรตโพแทสเซียมและฟลูออไรด์ (PF)เป็นผสมอยู่ด้วย โดยมีระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม  คาร์บามาย เปอร์ออกไซด์จาก 10%, 15%, 20%, และตัวเลือกใหม่ล่าสุดของพวกเขา 35%  
บุคคลที่มักมีอาการเสียวฟันง่าย หรือเหงือกบางมาก  แนะนำให้เลือกใช้เจลที่มีความเข้มข้นต่ำสุดคือ Opalescence PF 10%

เมื่อรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้าที่ซื้อ Opalescence ระดับต่างๆกันไปใช้ พบว่า แต่ละคนมีความเห็นที่หลากหลายมาก แต่ก็สามารถสรุปได้ว่า  

ลูกค้าส่วนมากพอใจกับการใช้Opalescence 20%   

และหลายคนพบว่า 10 และ 15% อ่อนเกินไป และให้ผลลัพธ์ช้ามากใช้เวลาฟอกฟันขาวยาวนานเกินไป ส่วน Opalescence 35% ก็แรงเกินไป จนทนไม่ไหว บางคนทนได้แค่ 10นาทีเท่านั้น!!!

 ความคิดเห็นของลูกค้า ส่วนมากเลือกใช้ Opalescence 20%  เป็นจึงเป็นเจลฟอกสีฟันระดับที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง    ในตลาดขณะนี้ จะเห็นได้ว่า Opalescence 20%  เป็นที่หนึ่งในเรื่องเจลไวท์เทนนิ่งสำหรับฟอกสีฟันด้วยตัวเอง
สิ่งจำเป็นที่ต้องมีไว้เมื่อจะใช้เจลฟอกสีฟันOpalescence

คุณอาจจะเดาได้อยู่แล้ว สิ่งจำเป็นนั้นคือ ถาดฟอกสีฟัน หรือถาดพิมพ์ฟันของคุณเอง  เหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อขั้นตอนการฟอกสีฟันระบบOpalescence Teeth whitening Gel
ถาดฟอกสีฟันมีสองแบบให้เลือก คือแบบที่ทำที่คลีนิค หรือแบบทำเองที่บ้าน คำแนะนำคือ ควรใช้ถาดพิมพ์ฟันที่ดีที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการฟอกสีฟันโดยใช้เจล Opalescence  ถาดฟอกสีฟันที่ทำกับทันตแพทย์อาจจะมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับถาดฟอกฟันที่คุณซื้อมาทำเอง แต่คุณภาพก็แตกต่างกันอย่างมากเช่นกัน  ถาดพิมพ์ฟันทำครั้งเดียว ใช้ได้นาน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการใช้OpalescencePF  ในการฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้าน

- หากคุณไม่ทราบว่าคุณควรใช้ระดับไหน แนะนำให้เลือกใช้Opalescence 20% คาร์บามาย เปอร์ออกไซด์ ที่มีความเข้มข้นระดับปานกลาง

- ในขณะที่ฟอกฟันอยู่ มีการใช้เจลมากเกินไปจนล้นไปบนเหงือก แนะนำให้เช็ดเจลออกด้วยสำลี

- เมื่อใช้เจลครั้งแรก ควรใช้เจลในปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยปรับให้เพิ่มขึ้น

- เจลOpalescenceควรเก็บในตู้เย็นเมื่อไม่ได้ใช้เป็นระยะเวลานาน  อายุการเก็บรักษาจะอยู่ที่ประมาณสองปีในตู้เย็นและหนึ่งปีที่อุณหภูมิห้อง

ไม่ว่าคุณจะเลือกที่มีOpalescence ที่มีความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะได้เท่ากัน แต่ในระยะเวลาที่แตกต่างกันเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำถาดพิมพ์ฟันของตัวเอง ช่วยประหยัดตังได้

Mouth tray หรือที่เรียกว่า ถาดพิมพ์ฟัน ใช้ในขั้นตอนการฟอกสีฟัน

บางคนเลือกที่จะสั่งทำ mouth tray โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหน้าตาของแม่พิมพ์ฟันจะครอบฟันได้ครบทุกซี่ ขอดีคือ เมื่อใส่เจลลงในแม่พิมพ์นี้ เจลฟอกฟันจะไม่ไหลออกมา โดนเหงือก ช่วยให้สามารถฟอกฟันได้เป็นระยะเวลานาน หรือเหมาะกับการใส่นอน เพื่อการฟอกสีฟันที่ใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำ ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แต่ก็ใช้ได้ยาวนานเลย

แต่เราก็มีอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ เมื่ออยากที่จะฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น แต่ไม่อยากไปนั่งพิมพ์ฟันกับทันตแพทย์ ไม่ต้องรอแม่พิมพ์ฟันนานๆ ไม่ต้องไปคลีนิค  ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายแพง นั้นคือ การทำแม่พิมพ์ฟันด้วยตัวเอง  ซึ่งทำได้เองที่บ้าน ไม่ได้ใช้อุปกรณ์มากมาย ไม่ต้องการทักษะสูงอะไร ใครๆก็ทำได้ แต่รูปร่างจะเป็นแม่พิมพ์ฟันอย่างง่าย ไม่ได้สวยมาก แต่ใส่เจลฟอกสีฟัน แล้วช่วยไม่ให้เจลฟอกฟันขาวสัมผัสกับริมฝีปาก เจลฟอกฟันขาวจะไม่ละลายเร็วเกินไป ฟอกได้นานเต็มที่ประมาณ 2 ชั่วโมง  ราคาก็ประมาณหลักร้อย อั้นแน่ เห็นด้วยใช่ไหมว่าถูกมาก








วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดูแลเหงือกไม่ดี เท่ากับไม่ดูแลหัวใจนะค่ะ

จะแปลกใจไหม หากมีคนบอกคุณว่า
"หากคุณเป็นโรคเหงือกคุณก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย"
โรคหัวใจเป็นโรคที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ
ของประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก

จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีโรคที่เหงือกจะเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่ไม่มีโรคเหงือก 2 เท่า
มี2ทฤษฎีที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ดังนี้
    ++เชื้อแบคทีเรียจากโรคเหงือกเข้าไปในกระแสเลือด++
ไปเจริญเติบโตที่คราบในหลอดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือด 
ในหลอดเลือดหัวใจเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

   +++ อีกทฤษฎีบอกว่าการอักเสบที่เหงือกทำให้คราบPlaqueที่หลอดเลือด+++
ทำให้หลอดเลือดหัวใจใหญ่ขึ้นจนอุดหลอดเลือดหัวใจ  
สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ 
เชื้อโรคที่เหงือกเมื่อเข้ากระแสเลือดจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจได้

โรคในช่องปากที่อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจ
ได้แก่ เหงือกอักเสบ,โรคปริทนต์,ฟันผุ,ฟันครุดที่ทำให้เหงือกอักเสบ

แนวทางป้องกันโรคเหงือก
  1.     แปรงฟันวันละ2 ครั้ง และแปรงให้ถูกวิธี
  2.     ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง
  3.     ใช้น้ำยาล้างปากสำหรับคนบางคน
  4.     ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
  5.     ตรวจฟันประจำปีและขูดหินปูน
  6.     ใช้เครื่องทำความสะอาดร่องเหงือก Dental water jet เป็นที่นิยมมากในประเทศที่ผู้คนให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพฟันมาก คือ อเมริกา และ ญี่ปุ่น
การป้องกันโรคหัวใจจะต้องจัดการที่ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
 เช่น การงดอาหารมัน การงดอาหารเค็ม การรักาาโรคเบาหวาน โรคความดัน 
การออกกำลังกายซึ่งบางท่านเสียเงินสมัครสมาชิกของศูนย์ออกกำลังกาย 
บางท่านก็ซื้อเครื่องมือออกกำลังกายไว้ในบ้าน 

 แต่มีวิธีที่ประหยัดกว่านั้นซึ่งได้ผลดีได้แก่การดูแลสุขภาพช่องปาก 
 เพื่อลดการเกิดโรคเหงือกและโรคในช่องปาก

เริ่มต้นการดูแลตัวเอง ด้วยความเข้าใจ เริ่มที่การดูแลสุขภาพฟันและเหงือกของคุณและคนที่คุณรัก


วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

แก้ปัญหาฟันเหลืองหลังคุณจัดฟัน

การจัดฟันเป็นที่นิยมมากในยุคสมัยนี้
โดยเฉพาะเด็กๆในช่วงวัยรุ่น กำลังเริ่มที่จะดูแลและสนใจภาพลักษณ์ของตน อยากดูดี ส่วนใหญ่คำนึงถึงฟันเป็นหลัก แต่สิ่งที่มักจะตามมาหลังจากถอดเหล็กดัดฟันที่ใส่มานานกว่า 2 ปี ก็คือ สีฟันแทนที่จะขาวๆกลับเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ค่ะ หลังจากถอดแล้วต้องเสียเงินฟอกสีฟันอีกต่อหนึ่งจึงจะมีฟันที่เรียงตัวกันสวยงาม และฟันขาวออร่า เสริมสร้าง เวลาคนมอง หรือพูดคุยด้วย ก็มีแต่จะสร้างความประทับใจให้คนที่อยู่ใกล้


การมีฟันขาวแข็งแรง แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจ การรู้จักรักษาความสะอาด มองได้ไปถึงการรักษาสุขภาพ เป็นคนที่ดูแลตัวเองดี น่าคุยด้วยน่ามอง

เกริ่นมาตั้งนานอยากบอกว่า ถ้าระหว่างที่กำลังดัดฟันอยู่ ไม่อยากให้ฟันเหลือง
ต้องนี่เลยค่ะ ผงฟอกสีฟัน หรือเรียกได้ว่าเป็นผงขัดฟันขาวก็ได้

มีสารไวท์เทนนิ่งช่วยเพิ่มออกซิเจนในเนื้อฟัน และช่วยเคลือบฟันแถมยังป้องกันฟันผุ ช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นตลอดเวลาที่ดัดฟัน ลดการเกิดคราบสะสมของหินปูน ประหยัดค่าขูดหินปูนได้เลย ฟันขาววิ๊งแม้จะต้องใส่เหล็กดัดฟัน
กระปุกหนึ่งใช้ได้นานประมาณ 5-6 เดือนเชียวน้า ราคาก็ไม่แพงเท่าไร ไม่เกิน 400 บาท ไว้จะหาภาพแบบแกะกล่องมาให้ดูน้า อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

เลือกวิธีฟอกสีฟันอย่างไร ให้เหมาะกับคุณ


เลือกวิธีแก้ปัญหาฟันเหลืองที่เหมาะกับคุณ

สิ่งที่ควรสนใจเป็นอันดับต้นๆ คือ เรื่องของงบประมาณที่จะให้สำหรับเรื่องนี้  เรื่องที่สอง คือเรื่องของเวลาที่ทำการฟอกสีฟัน  เรื่องที่สาม ความยุ่งยากในทำการฟอกสีฟัน   เรื่องที่สี่ คงหนีไม่พ้น ผลลัพธ์ที่จะได้รับ ระดับของความขาว และระยะเวลาที่ฟันจะขาวคงที่อยู่นานขนาดไหน

ฟอกสีฟันที่คลีนิค ( in-office)

การทำเลเซอร์ตามคลินิก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม                    
ส่วนใหญ่นิยมใช้ไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ HP 35-40% ใช้เวลาประมาณ 1 – 1.5 ชั่วโมง เพื่อให้เพอร์ออกไซด์ทำกระบวนการออกซิไดซ์ ขจัดฟอกคราบต่างๆบนฟัน แน่นอนว่ามันเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างรวดเร็วแต่ค่าใช้จ่ายแพงมากกว่าวิธีอื่นๆหลายเท่า  
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ20,000-25,000บาท--



ฟอกสีฟันด้วยตัวเอง


- ชุดฟอกสีฟัน ครบเครื่อง ที่มียางพิมพ์ฟัน พร้อมเครื่องฉายแสง (ขายตามคลีนิค)
ชุดฟอกสีฟันCP35% ใช้ได้ประมาณ12-15ครั้ง ขาวนาน12เดือน
ใช้ฟอกสีฟันวัน ละ 50-60 นาที ใช้เวลาประมาณ 4-5วันเห็นผล ส่วนใหญ่จะมีแม่พิมพ์ยางมาให้เราพิมพ์ฟันตัวเอง และมีเครื่องฉายแสงที่มีความยาวคลื่นนาโนที่ช่วยให้เจลฟอกสีฟันทำงานได้ดี ยิ่งขึ้น ข้อดีคือ เจลจะไม่โดนเหงือก ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย เห็นผลในเวลาไม่นาน ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบไปหาหมอฟัน หรือชอบฟอกฟันด้วยตัวเองที่บ้าน

 --ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1,500 - 3,500 บาท--

  - เจลฟอกฟันขาวชนิดCarbamide PeroxideและHydrogen Peroxide

เจลฟอกสีฟันopalescenceนำเข้าจากอเมริกา
ซึ่งได้มาตฐานปลอดภัยเป็นสารที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ในการฟอกสีฟันที่ใช้ฟอกฟันในคลีนิค
หากใช้ในคลีนิค หมอฟันจะเลือกใช้เจลฟอกสีฟันที่ มีความเข้มข้นสูงมากซึ่งช่วยให้ฟันขาวขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีได้ ในกรณีที่ใช้นำไปฟอกสีฟันเองที่บ้านนั้นจะใช้เจลที่มีค่าไม่สูงมากจึงซึ่ง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย7-10วันกว่าจะเห็นผลใช้วิธีนี้จะทำให้ฟันค่อย ๆ ขาวขึ้น ทันทีที่ใช้ และสามารถใช้ได้ทุกวัน เช้า-เย็น จนกว่าจะพอใจในความขาวของฟัน
วิธีใช้  - ทำความสะอาดฟัน
         - ใช้พู่กันจุ่มที่เนื้อเจลพอประมาณทาที่ฟันในบริเวณที่ต้องการฟอกคลอบด้วยถาดยางทิ้งไว้ 30-40นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
         - ใช้เป็นประจำติดต่อกัน 1 – 2 สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 3,500 - 4,000 บาท--
 
- แผ่นแปะฟันขาว,แผ่นปิดฟัน,แผ่นเจลฟอกสีฟัน (Teeth whitening stripes)

เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับฟอกฟันขาวที่สามารถใช้ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน และทุก ๆ สถานที่ ที่ต้องการฟอกฟันขาวแบบเร่งด่วน มีส่วนผสมหลักประกอบด้วย เจลไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ 6-10% ใช้แล้วฟันจะคงขาวได้นาน 6 - 12 เดือน ขึ้นอยู่กับนิสัยการรับประทานอาหารและการดูแลรักษาความสะอาดฟันประจำวัน ใช้ง่าย แค่เพียงแปะฟัน
ข้อเสียคือ ต้องระวังไม่ให้แผ่นเจลฟันขาวแปะโดนเหงือกนานๆ เหงือกอาจจะแสบหรือเป็นแผลได้
--ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1,400-1,800 บาท--



- ผงฟอกฟันขาว / ผงขัดฟันขาว /ผงไวท์เทนนิ่ง /ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งชนิดผง

ผง ขัดฟันแบบนี้ สารที่สำคัญที่ช่วยฟอกฟันให้ขาวมาในรูปแบบผงแห้งซึ่งช่วยคงคุณค่าของสาร ต่างๆไว้ ใช้แปรงฟันเป็นประจำเพื่อคงความขาวสม่ำเสมอของฟัน อาจใช้หลังจากการฟอกสีฟัน จะช่วยขจัดคราบหินปูนที่สะสมอยู่บนฟันได้ดีด้วย ป้องกันฟันผุ ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน หากต้องการใช้เพื่อให้ฟันขาว จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน --ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 400 - 500 บาท--

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

คนที่ฟันเหลืองส่วนใหญ่เกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุฟันเหลืองเกิดจาก ฟันคนเราปกติจะมีสีขาวเป็นมันวาว แต่บางคนจะมีฟันเหลือง หรือฟันดำคล้ำดูไม่สวยงามโดยอาจจะเป็นเพียงบางซี่ หรือทุกๆซี่ก็ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฟันคนเราไม่ขาวก็จะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน คือ

1. การรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีสี เป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง เป็นต้น  ซึ่งเลี่ยงได้ยากมาก เพราะสำหรับคอกาแฟ หากต้องให้ตัดใจจาก การดื่มกาแฟละก็ ชีวิตก็เหมือนกับขาดอะไรบางอย่างใช่ไหม คนส่วนใหญ่จึงยอมฟันเหลือง เพราะไม่อยากเลิกดื่มกาแฟ
    
2. การสูบบุหรี่ อันนี้เนี่ย เลิกยากกว่ากาแฟอีก แถมยังทำให้ฟันเกิดคราบ ฝังแน่นที่ฟัน ซึ่งเอาออกได้ยากมาก ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งธรรมดาเอาไม่อยู่ แต่หนุ่มสาวสมัยใหม่ รู้ดีว่า บุหรี่มีแต่โทษ คนรักสุขภาพ ดูแลตัวเอง คงไม่มีใครสูบบุหรี่แล้วเนอะ


3. การจัดฟัน เนื่องจากแปรงฟันไม่สะอาดพอ จึงทำให้มีคราบอาหาร คราบแบคทีเรีย และหินปูน มาเกาะติดสะสมทีละน้อย ๆ จนเห็นเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีดำติดตามซอกฟัน
4. จากการรับประทานยาเตตราซัยคริน ซึ่งการกินยาตัวนี้ จะมีผลต่อสีของฟันซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าฟันเหลืองเพราะยาแบบนี้ ต่อให้ฟอกสีฟันที่คลีนิคด้วยน้ำยาที่แรงที่สุด ก็ไม่สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้
ต้องทำใจ  เป็นยาปฏิชีวนะระงับ การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย รักษาโรคติดเชื้อในท่อทางเดินปัสสาวะรักษาลำไส้อักเสบ หลอดลมอักเสบ รักษาโรคบิดมีเชื้อ รักษาแผล ฝี หนอง อาการอักเสบต่าง ๆ เนื่องจากการติดเชื้อ


5. ฟันตาย คือฟันที่ไม่มีรากฟัน ตัวฟันอาจเคยโดนกระแทกรุนแรงมาก จนฟันโยกรุนแรง แต่ไม่หลุด สีจะค่อยๆเปลี่ยนเป้นสีคล้ำจนสังเกตได้ แบบนี้ อาการหนักสุด เพราะทำอะไรไม่ได้จริง ต้องเลือกที่จะเก็บฟันซี่นั้นไว้ จนกว่ามันจะร่วงไปเอง หรือถอนทิ้งใส่ฟันปลอม
สำหรับสาเหตุข้อ 1-3 แก้ได้โดย เลือกวิธีการฟอกสีฟันให้ขาวได้หลากหลายรูปแบบ
    เจลฟอกฟันขาวในท้องตลาด ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศด้วยสูตรเฉพาะของทางสินค้าซึ่งการฟอกฟันขาว เป็นที่นิยมกันในต่างประเทศมาก โดยมีอิทธิพลมาจากดาราฮอลลีวูด ในเมืองไทยมีจำหน่ายหลายยี่ห้อด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น opalescence , beautiful smile,สปาร์คเคิล นำเข้าจากอเมริกา brightwhite ส่วนใหญ่ใช้เจลชนิดCarbamide Peroxide ในการฟอกสีฟันเป็นหลัก เจลฟอกสีฟันจะทำหน้าที่ปล่อยออกซิเจนให้ซึมเข้าสู่รูพรุนของฟันไม่ทำลายเนื้อฟัน ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน สีฟันขาวสดใสจากภายในขาวนาน ปลอดภัยต่อสารเคลือบฟัน สามารถทำการฟอกฟันซ้ำได้บ่อยๆ

ติดตามอ่านในบล็อคต่อไปนะค่ะ ขอไปหาข้อมูลก่อน

เคยรู้ไหมว่าคนสมัยโบราณฟอกสีฟันยังไง

การฟอกสีฟันอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทันสมัย แต่จริงจริงแล้วการฟอกฟันให้ขาวนั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก  ในความเป็นจริงมนุษย์มีให้ความสำคัญกับเรื่องรอยยิ้มของพวกเขามานานหลายร้อยปีหรืออาจจะนานนับพันปีด้วยซ้ำไป
 การฟอกสีฟันให้ขาวเริ่มต้นที่ยุคอียิปต์โบราณและโรม

 ชาวอียิปต์ใช้ หินภูเขาไฟหิน และ น้ำหมักไวน์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่พวกเขานำมาใช้ฟอกสีฟันโดยทำมาเป็นแท่งไม้ไว้สำหรับคี้ยวเพื่อให้ฟันขาวขึ้น
 ส่วนชาวโรมเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์เป็นสารฟอกสีฟันที่ดีที่สุด แม้ว่าการใช้ปัสสาวะเป็นสารฟอกฟันจะฟังดูไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไรสำหรับพวกเราคนยุคนี้  แต่ในความเป็นจริงแล้วปัสสาวะมีแอมโมเนียซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน
       โดยศตวรรษที่ 18  หมอฟันไม่ได้เป็นคนฟอกสีฟันเหมือนในยุคเรานี้  ช่างทำผมต่างหากที่จะเป็นคนฟอกสีฟันให้กับลูกค้า  เป็นบริการเสริมที่ช่างตัดผมทำเสริมงานตัดผมที่เป็นหน้าที่หลัก พวกเขาฟอกสีฟันโดยใช้อุปกรณ์โลหะจากนั้นใช้กรดไนตริกซึ่งจะช่วยให้ฟันของลูกค้าเป็นสีขาวและมีประกายเงางาม เป็นที่น่าเสียดายที่ข้อเสียในการใช้เทคนิคนี้คือ ทำลายเคลือบฟันและกัดกร่อนฟันทำให้ฟันสลายตัว เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ความนิยมในการฟอกสีฟันลดน้อยลงเลย  เนื่องจากการมีฟันที่ขาวและสวยงามเป็นการแสดงถึงสถานะการเงินของบุคคล ทั้งๆที่จะมีผลกระทบเชิงลบ  ต้องขอบคุณที่ปัจจุบันนี้ เทคนิคเหล่านั้นได้รับการปรับปรุง และพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่นั้นมา
        ต้นศตวรรษที่ 19 ทันตแพทย์อิตาลี ค้นพบประโยชน์ของฟลูออไรด์ ซึ่งช่วยป้องกันฟันผุภายใน ไม่กี่ทศวรรษต่อมา  ทันตแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการดูดคอร์เซ็ตฟลูออไรด์และแล้วฟลูออไรด์กลายเป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และแม้กระทั่งน้ำเปล่า แม้ว่าสารนี้จะช่วยป้องกันฟันผุได้ดีมาก แต่การใช้ฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดคราบบนฟันตลอดจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีไปจากเดิม 
     คนสมัยก่อนคงลำบากกันน่าดูเลย ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ที่ช่วยให้การฟอกสีฟันสะดวกง่ายและที่สำคัญปลอดภัยขึ้นมาก 
ขอบคุณข้อมูลจาก The Dental Clinic